Review DVD STAR TREK
ENTERPRISE LIMITED EDITION.!
ผมคิดอยู่ตลอดว่า...หนังแนวไซไฟที่ผมดูแล้วใกล้ความเป็นจริงที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่อง Star Trek เพราะมันกล่าวถึงความเป็นมนุษย์ที่ต้องการค้นหาสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่า. ในใจที่หนังลิขสิทธิ์จะออกนั้นผมคิดอยู่ว่าเขาจะทำ DVD ที่เป็นตัวยานออกมาเลยมั้ย..!? ซึ้งล่าสุดก็ไม่ผิดหวังครับผู้ที่ได้ลิขสิทธิ์หนังเรื่อง Star Trek ได้ออก DISPLAY STAND Star Trek (2009) - 2-Disc Enterprise Limited Edition (2 Disc Box Set) ออกมาจริงๆ...! แถมยังสวยงามมากๆด้วยแต่ราคาก็มหากาฬจริงๆด้วยเช่นกัน...! ราคาของเมืองนอกจะอยู่ที่ $59.97 ของไทยที่ผมไปซื้อที่ Central World ราคาตกที่ 1770฿ เลย...! ผมเชื่อว่าจะมีที่ขายถูกกว่านี้อีกแต่ผมไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้วจึงไม่คิดมากเลยของถอยซะเลยครับ อะ...จ้ากกก...เพื่อเพิ่มความอยากผมจะรีวิวแกะกล่องให้ชมกันเลยดีกว่าครับ อิอิอิ

กล่องของ DVD ทั้ง 2 ชุด คนล่ะส่วนกันน่ะครับ..ผมซื้อทั้ง 2 แบบ
ซ้ายแบบ Enterprise Limited Edition ขวาแบบ 2-Disc Special Edition

ปกหลังของ DVD ทั้ง 2 ชุดครับ..มาเริ่มแกะกันเลยดีกว่า

เห็นแล้ว โอ้...นี่มันของเล่น DISPLAY STAND ดีๆนี่เอง...!

ใส่กล่องใสวาง 2 ชั้นเลย เหมือน DX เลยนะนี่... ^_^

นำออกมาจาก box แล้วมาเรียงก่อนจะนำมาประกอบร่างกัน
(เอา DX ไกอา เม็นโมรี่ ไซโคลน มาเทียบดูครับ....)

ประกอบแล้วก็ได้ออกมาแบบนี้ ลายละเอียตสวยมากๆเลยครับ เจ๋งโครต...

อยู่ในกล่องไม่คิดว่าต่อประกอบแล้วจะ ใหญ่ใช้ได้เลยทีเดียว...!

มุมมองจากด้านล่าง ใช้ได้เลยทีเดียวน่ะ...(แล้วแผ่น DVD อยู่ไหนหว่า..!?)

อ๋อ...ที่แท้ก็อยู่ที่หัวของยาน Starship Enterprise เลยคงจะดูออกมากขึ้นว่า..
มันขนานของ กำลังดีเลยล่ะ แล้วก็เอาไปวางโชว์เลย อิอิอิ

ที่ฐานวางมีโลโก้ของ Star Fleet ชัดมากๆ เป็นเงาด้วยนะ
(กำลังคิดอยู่ว่าจะโมสีทองใส่ไปดีมั้ยหว่า... อิอิอิ)

ว่าแล้วก็เอาไปวางไว้ที่กล่องของ DX DISPLAY STAND ซะหน่อย...
DVD ชุดนี้ผมบอกได้เต็มปากเลยว่า...ภาคนี้ได้ยกระดับ Star Trek ขึ้นไปอีกขั้นแล้วหลังจากที่ในยุคของ Captain Jean-Luc Picard ที่ได้สร้างออกมาหลายภาคไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรเลย ซึ้งผมจริงๆชอบภาค First Contact ที่สุด...นอกนั้นออกแนงไม่ชอบไปเลยด้วยซ้ำ เหอๆ แต่หลังจากที่ J. J. Abrams ได้มากำกับหนังเรื่องนี้แล้วผมถึงกับเนื้อเต้นและไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกๆกับเพื่อนๆอีก 3 คน โดยที่ไม่คิดว่ามันจะออกมาดีรึไม่ เพราะผมเชื่อมือผู้กำกับคนนี้เป้นอย่างมากแล้วผลก็ไม่ผิดหวังเลยครับ ผมรัก Spock Leonard Nimoy และ James Tiberius "Jim" Kirk Chris Pine ไปเลย โอยยย...!!

DX DISPLAY STAND กับ Enterprise Limited Edition กัน...
สิ่งที่ผมคาดไม่ถึง..!! (ไม่ใช่เข็มขัด) นั้นคือเบื้องหลังการถ่ายทำที่ขอบอกว่า อึ้ง(กิมกี่)...ตะลึง มันไม่ใช่การใช้ถ่ายทำด้วยเทคนิดชั้นสูงอย่างที่เราคิด ไม่จำเป็นต้องไปเล่นออกลุยแบบว่าต้องของจริงเจ็บจริงอะไรขณะนั้น แต่มันคือความฉลาดของทีมงานผู้สร้างความกล้าหาญที่เราเองก็ไม่กล้าจะทำแต่ หนังเรื่องนี้ได้ทำไปแล้ว ตัวหนังใช้ทุนสร้างที่ต่ำแต่กลับได้ความร่วมมือจากแฟนๆ Trekkie อย่างมากมาย ซึ้งประเทศเราไม่มีในตอนนี้ (เพราะแม็งดีแต่เห่ากัน..เหอๆ) จนได้บทสรุปที่ความสำเร็จอย่างที่ Star Trek ไม่เคยทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว...!

สรุปที้งท้ายครับว่า ความฝันในวัยเด็กที่ผมอยากจะมีของเล่นยาน Starship Enterprise บัดนี้ได้กลายเป็นจริงซะที..ผมออกตัวเลยว่าผมชอบหนังไซไฟทั้ง Star Trek และ Star Wars ครับแต่ไม่ถึงกับคลั่งสุดๆแต่ถ้ามีโอกาศที่จะได้สัมผัสรึได้...ของเล่น,สมุด, ผมก็คงเอาล่ะตามกำลังที่มี (ซึ้งตอนนี้เต็มห้องไปหมดแล้ว..) ห้องที่อยู่ตอนนี้ของผมก็กำลังจะกลายเป็นคลังอาวุธของเหล่าไรเดอร์ไปแล้ว เหอๆ ไว้โอกาศหน้าจะมาโชว์ในห้องให้ดูกันทีหลังครับ (กลัวเดี้ยวจะมาปล้นถึงบ้านง่ะละ) ก็อยากให้เพื่อนๆน้องๆที่มาชมภาพแล้วจะได้ตัดสินใจได้ว่าน่าซื้อเก็บมั้ยดูก็แล้วกันครับ แล้วเจอกันใหม่...
venarin วิจารณ์ DVD STAR TREK ENTERPRISE LIMITED EDITION.
ที่เว็บ www.jediyuth.com ขอบคุณน่ะจ้ะ...
Starship Enterprise ปรัชญาบทเรียนจาก STAR TREK [Trekkie]
ลงที่พันทิปซะหน่อยให้รู้กันเยอะๆครับ...!
(มีหมามาเห่าด้วยหลายตัวเลยล่ะ ร้อนตัวกันละซี อิอิ)
"Live long and prosper"
BIC RavipaN RAY.
2009/Nov/06
2009/Nov/02
***บทวิจารย์จากเว็บของคนคอหนังที่มีคนไทยชมมากที่สุด
http://www.jediyuth.com
เขียนโดยคุณ Adbanz
พวกเราแฟนๆ MJ's หลังจากชม This is it
ไปแล้วรู้สึกยังไงเขียนได้ที่นี้ครับ
Michael Jackson This is iT นี่แหละใช่เลยมันต้องอย่างนี้แหละ...!!
>>>วิจารณ์ในฐานะที่ไม่ใช่แฟนคลับมาก่อนแต่อย่างใด<<<
"เสียงปรบมือจะดังขึ้น แล้วไฟจะค่อยๆมัวลง"

การกลับมาของราชาเพลงป๊อบผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
Michael Jackson ที่จะกลับมารูปแบบคอนเสิร์ตครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
และเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะอำลาวงการ "THIS IS IT"
เปิดการแสดงทั้งหมด 50 รอบ แถมบัตรขายหมดเกลี้ยงทั้ง 50 รอบ
พร้อมทั้งหากเขาทำได้สำเร็จจะได้บันทึกลงใน กินเนส บุ๊ค เวิรค์ เรคคอร์ด
ว่าเป็น ศิลปินเดี่ยวที่แสดงสดได้ยาวนานที่สุด แต่น่าเสียดายที่...
ต้องมาเกิดเหตุช็อกโลกที่เขาต้องจากไปด้วยวัยเพียง 50 ปี
เมื่อ วันที่ 25 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา...
"ที่ตินี่เพราะรักนะ ผมอยากให้คุณเชื่อแบบนั้น"

วิจารณ์
ด้านเนื้อเรื่อง: เป็นบันทึกการแสดงฝึกซ้อม ขั้นตอนการเตรียมงาน
การสร้างสรรค์ดนตรีบทเพลงการคัดเลือกนักเต้นเพียงสิบคน
พร้อมทั้งทีมงานมืออาชีพระดับหัวกระทิของโลกในสายนั้นๆ
และแน่นอนไมเคิลเป็นผู้ประสานงาน กำกับ แนะนำ แจกแจงส่วนต่างๆ
ด้วยตนเอง เรื่องนี้จะถ่ายทอดช่วงเวลาตั้งแต่เดือนเมษาถึง
เดือนมิถุนายน 2552 ประกอบไปด้วยภาพเบื้องหลังการฝึกซ้อมเต้น
กว่า 100 ชั่วโมง ผู้ช่วยการกำกับของคอนเสิร์ตครั้งนี้
คือ Kenny Ortega ผู้ที่เคยมีผลงานมาแล้วอย่าง..
High School Musical
ด้านการแสดง: จะให้เรียกว่าการแสดงก็คงไม่ถูก เพราะมันคืองานจริง
ชีวิตจริงของหลายๆคน โดยในช่วงต่างๆก่อนเริ่มเพลงในคอนเสิร์ต
จะมีให้พวกเขาพูดถึงความรู้สึกของแต่ละคนต่อตัวไมเคิลฯ
ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา ทางด้านไมเคิลเองก็ลงแรงลงทุนทุ่มเท
อย่างเต็มที่โดยบางเพลงอาจจะเผลอตัว ที่แสดงถึงตัวตนของไมเคิล
ได้อย่างแท้จริงคือช่วงเพลง I just can't stop loving you...
ที่ลงทุนใช้เสียงอย่างเต็มสุดๆแล้วมาอ้างอย่างน่ารักเป็นกันเองว่า
"แค่อยากจะเก็บเสียงไว้ในการแสดงจริงน่ะ" ทางผู้กำกับ Kenny
ก็หยอกกลับว่า "คุณคงอดใจไม่ไหวจริงๆซินะ ไมเคิล"
นั่นเป็นอะไรที่แสดงออกว่าเขาสมกับคำว่าราชาแห่งเพลงป๊อบจริงๆ
ด้านดนตรี: แน่นอนว่าระดับราชาเพลงป๊อบการดนตรีย่อมไม่ผิดหวัง
นักดนตรีทุกคนที่คัดสรรมาล้วนเป็นมืออาชีพระดับโลก
จุดไหนที่มันไม่มิกซ์กันไมเคิลก็จะชี้แจงแนะแนวอย่างเป็นกันเอง
และเขาเองก็ยังรู้จักเพลงของตัวเองได้อย่างครบหมดจดทุกด้าน
จึงทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ง่ายขึ้น ในทางเพลงที่นำมาใช้ในการแสดง
มามีการนำมามิกซ์กันใหม่ให้เข้ากับคำว่า คอนเสิร์ต จริงๆทำให้คนดู
มีอารมณ์ร่วมไปกับจังหวะมันส์ๆที่ฟังจากในคอมยังไม่ได้อารมณ์เท่านี้
ขนาดตัวผมยังไม่ใช่แฟนของไมเคิลยังรู้สึกมันส์และซึ้งใจไปกับ
บทเพลงได้ด้วยเสียงร้องสุดแสนไพเราะของไมเคิล...
ด้านเทคนิคพิเศษ: การถ่ายทำและการใช้เทคนิคสวยสมจริงชัดแจ๋ว
ได้อย่างไร้ที่ติ ผมชอบตอนที่ถ่ายไมเคิลแล้วไปตัดต่อกับ
หนังเก่าเรื่องนึงที่เป็นขาวดำได้อย่างลงตัว (ชื่ออะไรจำไม่ได้แฮะ)
ตอนจบ: ทีมงานทุกคนจะมายืนล้อมวง และไมเคิลจะกล่าวความรู้สึก
ถึงการจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมาให้ชาวโลก โดยเน้นการปลูกฝังความคิด
การรักธรรมชาติให้แก่คนดูด้วย ก่อนที่จะจบด้วยเพลง
Man in the mirror...และคลอจิตใจด้วยเพลงใหม่ This is iT
ในตอน End Credits ในอัลบั้ม Michael Jackson's This is iT
ที่ออกขายวันฮัลโลวีนที่ผ่านมาประกอบด้วย Disc 1 เพลงจาก
Original Album 16 เพลงพร้อมเพลงใหม่ This is iT (Original) กับ
This is iT (Orchesta Version), Disc 2 ก็มีเพลงใหม่และเก่าที่นำมา
รีมิกซ์ 4 เพลงคือ She's out of my life(Demo),
Wanna be startin' Somethin'(Demo), Beat It (Demo) และ
กลอนของไมเคิลในหัวข้อ Planet Earth ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใด
มาก่อนอีกด้วย สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายวิดีโอทั่วไป
"เราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน"

คะแนน:
การแสดง: A+ (ทุกๆคนล้วนมีฝีมือทั้งสิ้น โดยเฉพาะ ไมเคิลฯ)
เทคนิค: B+ (ถึงจะไม่ค่อยเนียนมากแต่ก็เยี่ยมในส่วนหนึ่ง)
เนื้อเรื่อง: A (สร้างจากเรื่องจริงนี่นะ..?)
ความบันเทิง: A+ (ทำให้คนที่ไม่ใช่แฟนเพลงอย่างแม่ผมยังรู้สึกมันส์
ซาบซึ้งดีใจกับความทุ่มเทของไมเคิลได้ ทั้งๆที่แม่บอกว่า
"จะหลับ" พอมาได้ซักพักกลับ "หลับไม่ลง" และจบด้วย...
เสียงตบมือของแม่ที่ดังอยู่คนเดียวในโรงภาพยนตร์รอบนั้น เหอๆๆ)
ดนตรี-เพลงประกอบ: A+ (ไพเราะซึ้งใจ หนักแน่น และสวยงาม)
รวม: A+ "คอนเสิรต์ในรูปแบบภาพยนตร์ครั้งแรก
และครั้งสุดท้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ"
เมื่อออกแผ่นเมื่อไหร่ก็ควรที่จะซื้อเก็บไว้เป็นอย่างยิ่ง
แฟนๆไมเคิล แจ็กสันไม่ควรพลาดด้วยประการใดๆทั้งปวง
ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 พฤศจิกายนเท่านั้น
รายได้ทั้งหมดมอบให้เจ้าชายไมเคิลที่ 1 "Paris"
และ เจ้าชายไมเคิลที่ 2 "Blanket"
ขอให้หลับสบายไมเคิล คุณได้แชร์ความฝันของคุณ
ให้แก่ชาวโลกอย่างที่หวังเอาไว้แล้ว
ด้วยรัก...ขอให้พระคุ้มครอง

ป.ล. คนที่เป็นมือเบสผู้หญิงบลอนด์ผมยาว เก่ง+สวยดีนะ
เราจะจดจำคุณตลอดไป Michael Jackson