What is OTAKU...!?

posted on 06 Dec 2010 13:27 by bigvenarin
คำว่าโอตากุนั้นคืออะไรกันแน่...!?
หาคำตอบได้ในนี้ครับ...!!


บทความนี้ได้เคยลงไปแล้วครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน ซึ้งต้องของนำกลับมาอีกครั้ง
ข้อความต่อจากนี้เป็นข้อความเห็นจากที่ต่างๆของผู้คนที่คิดเกี่ยวกับเรื่องของ
OTAKU(โอตาคุ) แต่จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมาที่ได้พบปะกับ
โอตาคุในไทยนั้น ช่างมีหลายแบบเสียเหลือเกิน จนพี่เองมีความคิดว่า
Otaku ในแต่ล่ะที่ แต่ล่ะประเทศไม่เหมือนกันเท่าไรนัก อยู่ที่ สังคม
วัฒนธรรม ต่างๆที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดความคิดที่ว่า....

O T A K U นั้นมีหลายชั้น หลายระดับ
(เหมือนดังหัวหอมที่มีหลายๆชั้นนะล่ะ...!)

O T A K U นั้นมีทั้ง ด้านมืด และ ด้านสว่าง
(ยังกะ Starwars เลยง่ะ อิอิอิ)

O T A K U นั้นคือ แฟนพันธุ์แท้ดีๆนี่เอง
(เพราะคนเราทุกคนต้องมีดี...ไม่อย่างใดก็อย่างนึง)


ลองอ่านอยู่เพื่อความรู้น่ะครับ บางข้อความอาจแรงไปบ้างแต่ก็พอรับได้
จริงๆที่เขียนและนำบทความเหล่านี้มาลงเพราะว่ามีบทความนึงใน โพสทุเดย์
ได้ลงข้อความเรื่อง โอตาคุ อย่างผิดๆลงไปมากมายจนตอนนี้ ข้อความนี้ได้ถูก
ลบออกไปจาก โพสทูเดย์ แล้วครับ ท่านอ่านแล้วคงจะเข้าใจว่า O T A K U
ไม่ใช่เรื่อง เลวทรามเลย...!! บทความนี้พี่ได้เก็บข้อมูลเป็นครั้งแรกใน
Gamer Gate เมื่อประมาณต้นปี 2005 ในกรณีการชี้แจง เรื่องความเข้าใจผิด
ในเรื่องของ โอตากุ ในเวบไซต์ข่าว โพสทูเดย์  ที่ว่า ต่อมาถูกนำไปเขียน
ให้สมบูรณ์ขึ้นใน after2k.net และถูกลงในอีกหลายเวบไซด์ต่อมาพอสมควร
===============================================

ว่าด้วยเรื่องของโอตาคุ... มันคืออะไรแน่?

คำว่า OTAKU(โอตาคุ) ที่จริงแล้วความหมายในวงการที่ญี่ปุ่นคืออะไร
และแน่ใจแล้วหรือที่อยากเป็นกัน (เห็นหลายๆ คนภูมิใจนี่นะ) บทความนี้
อาจมีข้อผิดพลาดอยู่เยอะนะครับ รบกวนท้วงติงเพื่อการแก้ไขด้วย
หากส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปกระทบกระทั่งกับใครเข้า
ผมต้องขอโทษและขออภัยด้วยครับ แต่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงจริงๆ
เพื่อสาระของเนื้อหา หากเห็นว่าไม่สมควรก็ขอความเห็นของเพื่อนๆ
ชาว โอตาคุ ทุกๆท่านที่ได้เห็นข้อมูลนี้ด้วยนะครับ...

-ว่าด้วยเรื่องของโอตาคุ-

คำว่า โอตาคุ เป็นคำนาม คำๆ นี้แต่เดิมมันแปลว่า บ้าน ครับ
ทีนี้เราลองมองดูใครสักคน ไม่ยอมสุงสิงกับใคร ปฏิเสธการออกไป
ข้างนอกถ้าไม่จำเป็น เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่กับบ้าน
นั่นล่ะครับคือความหมายในวงการของโอตาคุล่ะ มันแปลว่า พวกคลั่งไคล้
อะไรสักอย่างแบบสุดๆ จนอยู่กับบ้านเพื่อสิ่งนั้นไงครับ คนเล่นเกมรุ่นเก่าๆ
เคยได้ยินคำว่า พวกเฝ้าบ้าน ที่หมายถึงคนที่ไม่ยอมทำอะไรอย่างอื่นนอกจาก
เอาแต่นั่งอยู่กับที่แล้วรอสวนกลับไหมครับ นั่นล่ะความหมายเดียวกันเลย
ในกรณีนี้ผมจะยกตัวอย่างคำว่า Lolicon (Lolicom) เดิมมาจากคำว่า
Lolita Complex เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ผู้เป็นมักจะเจาะจง
"ชอบสาวรุ่นลูกเท่านั้น" เดิมคำนี้เป็นศัพท์บัญญัติโดย ซิกมันด์ ฟรอยด์
มีต้นกำเนิดมาจากนิยาย Lolita ที่โด่งดังและมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของ
ชายวัยกลางคนกับเด็กสาวที่เป็นลูกของเพื่อน ถามว่ามันกลายมาเป็นคำว่า
Lolicon (Lolicom) ได้ยังไง คืออย่างนี้ครับ คนญี่ปุ่นมักใช้การเปลี่ยนแปลง
ศัพท์ของต่างประเทศให้มาเป็นของตนเอง เหมือนคำว่า Personal Computer
ที่กลายมาเป็นคำว่า Persocom (ปาโซคอม) ใน Chobits ไงครับ
คำนี้เลยกลายเป็นว่า พวกชอบเด็กสาวน่ารักๆ ตัวเล็กๆ อายุไม่เกิน 11 ขวบครับ
พูดให้ถูกก็คือ มันเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น คนกลุ่มอื่นมาได้ยินอาจ
เกาหัวแกรกๆ แล้วก็ไม่สนใจอะไรก็เป็นได้

...กลับมาเรื่องของ Otaku คำๆ นี้ก็ประสบกับชะตากรรมเช่นเดียวกัน คือ
กลายเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มไป ในกรณีทั่วๆ ไป มันจะหมายความว่า
พวกบ้าการ์ตูน ครับ ในประเทศไทยนั้นคำๆ นี้มีความหมายเท่านี้จริงๆ โอตาคุ
นั้นที่จริงมันหมายถึง ผู้คลั่งไคล้อะไรสักอย่างแบบสุดๆ เท่านั้นล่ะครับ เช่น
คุณคลั่งหมากรุกญี่ปุ่น คลั่งดารา บ้างาน คลั่งเกม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้
คุณหมดความสนใจในชีวิตแล้วเอาแต่เก็บตัวอยู่กับบ้าน
สิ่งเหล่านี้เรืยกว่า โอตาคุ ทั้งนั้นครับ...


...แต่สำหรับวงการในญี่ปุ่นมันมีอะไรมากกว่านี้ครับ เรื่องจากนี้ไปอาจฟังดูรุนแรง
สักหน่อยนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องพูดเพื่อสาระของเนื้อหา ที่จริงมันแปลได้ง่ายๆ
เลยว่า "อ้ายคลั่ง" ครับ เราต้องไม่ลืมว่า โอตาคุ ที่มีอาการหนักมากๆ นั้นเกิดจาก
อะไรนะครับ คำตอบคือ การ์ตูนสาวน้อยที่มีความน่ารักเป็นจุดขาย หรือเกมจีบสาว
ที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่นแบบเสมือนจริง เราต้องไม่ลืมว่า วรรณกรรม (คือมันก็เครือๆ กันล่ะ)
นั้นเป็นภาพสะท้อนของสังคม สังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นเป็นสังคมที่มีแต่ งาน งาน งาน
ขาดการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม (นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นถึงปล่อยให้
จำหน่ายสื่อลามกได้อย่างถูกกฎหมาบ ขอแค่เซนเซอร์ "เจ้านั่น" ทิ้งไปเท่านั้น -
ก็เพื่อเป็นตัวปลดปล่อยแรงขับทางเพศของสังคมญี่ปุ่น ) ดังนั้นผู้คนบางคนจึงอาจจะ
เก็บกดและต้องการหาทางออก บางคนก็ไม่ได้หล่ออะไร จึงขาดความมั่นใจในการคุย
กับเพศตรงข้าม หรือไม่ก็ไม่มีจุดเด่นสักอย่าง จึงสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นที่ปลดปล่อยได้
เคยสังเกตไหมครับว่าตัวเอกเกมจำพวกนี้หรือแม้แต่การ์ตูนดังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับ
หอพักและเด็กซิ่ว มักเป็นเด็กหนุ่ม 17-20 ที่ไม่มีจุดเด่นอะไรสักอย่างเหมือนกัน
หัวไม่ดี สอบไม่ติด บลาๆ ถามว่าเป็นไปเพื่ออะไรนอกจากกลุมเป้าหมายที่ทาง
ผู้เขียนหรือผู้ผลิตต้องการจะเจาะแล้ว....ก็เพื่อให้สวมบทบาทลงไปง่ายๆ ไงครับ...


ถ้าพระเอกเด่นหมดมันก็ไม่มีทางเป็นเราไปได้น่ะซี...สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัญหา
อะไรมาเล่นมันก็ไม่มีอะไร เล่นเสร็จแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น แต่ถ้าคนที่มาเล่นนั้นเป็น
คนที่ไม่อะไรในชีวิตเลยสักอย่างล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ว่าแฟนก็ไม่มี ก็อาจไม่หล่อ
ไม่อ้วนตุ๊ต๊ะก็ไม่มีจุดเด่นให้พอเป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามเลย มีดีก็แต่การเรียนไม่ก็
เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรืออาจไม่มีเลย....สุดท้ายสิ่งที่เขาต้องพึ่ง คือ จินตนาการ
เขาสามารถเป็นหนึ่งได้ในโลกแห่งนี้ มีแฟนน่ารักได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ
มันเป็นจริงได้ ณ ที่แห่งนี้ แล้วเขาจะสนโลกแห่งความจริงไปไย ดังนั้นสิ่งที่เรามีก็คือ
ที่แห่งนี้เท่านั้น เขาจึงละทิ้งโลกภายนอก สภาพกาย และอุทิศตัวแด่โลกแห่งความฝัน
ที่อยู่ตรงหน้านั้นแทน... หรือบางทีอาจข้ามขั้นเอาสิ่งที่ว่ามาปฏิบัติในโลกแห่ง
ความเป็นจริงด้วย คล้ายกับแนวทางของ ลัทธิแบบหนึ่ง ที่จะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ....

ใครที่เคยอ่านเรื่อง "ล้างเดนทรชน" จะมีตอนนึงที่กล่าวถึงคดี เด็กหญิง A ครับ
จำได้ไหมเอ่ย ถ้าใครไม่เคยอ่าน มันจะเกี่ยวกับที่มีเด็กชายคนหนึ่งคลั่งไคล้สิ่งที่
เรียกว่า
หญิง A มากจนเกินขนาดครับ เรื่องมันเริ่มที่ว่ามีคนพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เดินเปล่าเปลือยมีเลือดเกรอะกรังอยู่บนถนน ก็เลยแจ้งตำรวจ จับตัวมาสอบถามก็ได้
ความว่า ไม่รู้ชื่อตัวเอง อยู่กับแม่ และหลังจากที่ไปค้นบ้านของเด็กคนนี้ก็พบที่ๆ
รกกว่าส้วม ไม่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ได้ และ... มีหัวกระโหลกคนอยู่ในตู้เย็นพร้อม
สุนัขอีก 1 ตัวนอนอยู่ข้างๆ...!!


"หนูเป็นคนเอาไปให้มันกินเองแหละ เพราะแม่เน่าไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี"
"นี่ หนูจะต้องถูกประหารใช่ไหม"
"ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ออกมาเดินข้างนอกก็จะดีหรอก..."

ทางตำรวจใช้สายตากะเกณฑ์ดูก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่น่าจะมีอายุเกิน 14 ปี
และพยายามปิดบังข่าวกับสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ แต่มันกลับกลายเป็นว่า
เป็นการปล่อยให้สื่อมวลชนเอาไปตีความกันต่างๆ นาๆ

...และไม่นานก็มีพวกคลั่งไคล้ หญิง A อย่างรุนแรงเกิดขึ้น
รวมทั้งมีคนแอบอ้างตั้งเวบไซด์ หญิง A
กลายเป็นกระแสทางสังคมอีกมีการเลียนแบบปรากฏไปทั่ว
จะเห็นได้ว่าอิทธิพลของสื่อนี่มันช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ...

ไม่นานก็มีเด็กชายคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรในชีวิตเริ่มคลั่งไคล้ หญิง A เริ่มที่เขา
แช็ทติดต่อตัวปลอมผ่านทางเว็บไซท์ที่ความจริงเป็นนักข่าวที่ต้องการ
ปลุกกระแส...หาเรื่อง หญิง A มาเขียน

A: "แม่เน่าไปเรื่อยๆ ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อย"
A: "ถ้าเวลาหยุดอยู่ได้ก็คงดี"
ชาย: "งั้นฉันจะลองเห็น เห็นในสิ่งที่เธอเห็นอยู่"

ประจวบกับก่อนหน้านั้นมีนิตยาสารฉบับหนึ่งตีพิมพ์ข้อความโจมตี หญิง A
อย่างรุนแรง เด็กชายคนนี้จึงตัดสินใจฆ่าเจ้าของนิตยาสารนั่น แล้วเขียน
ข้อความ A ด้วยเลือด กลายเป็นคดีฆาตกรรม เอ

ต่อมาเขาก็เล่นงานคนเขียนบทความโจมตี หญิง A คราวนี้ดูมีแบบแผนขึ้นมาก
จนตำรวจเริ่มแน่ใจว่าฆาตกรเป็นคนเดียวกัน ขณะนี้เด็กชายคนนี้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
"หยุดอยู่กับที่" จริงๆ เขาได้เข้าสู่โลกแห่ง หญิง A อย่างเต็มที่ เขาเริ่มโดดเรียน
ไม่สนใจสิ่งรอบตัว เพียงเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า หญิง A อย่างเต็มที่
แม้แต่พ่อของเขายังเริ่มสงสัยเพราะเห็นลูกอ่านนิตยาสารแปลกๆ
และเห็นเพดานห้องของลูกตัวเองที่เขียนตัวอักษร A ไว้เต็มฝ้าเพดาน...!

แต่ไม่นานเด็กชายก็ค้นพบความจริงว่า หญิง A ที่เขาติดต่อเป็นเพียงตัวปลอม
จึงขอนัดพบเพื่อที่จะฆ่าเสีย เพราะ หญิง A เป็นของเขาเพียงคนเดียว
แต่กลับถูกซ้อนแผนถ่ายรูปเอาไว้ได้ เอามาลงนิตยาสารเป็น "โฉมหน้าของฆาตกร เอ"

ต่อมา วันฝนตก ฆาตกร เอ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจ พยายามเข้ามาทำร้าย
พ่อของเด็กปรากฏตัวขึ้นและพยายามยิง ฆาตกร เอ แต่กลับถูกพระเอกยิงหยุดยั้ง
เนื่องจากเข้าใจว่า จะเข้ามาทำร้าย...แต่ฆาตกร เอ ที่ว่าเป็นตัวปลอม แค่พวกเลียนแบบ
ยังไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง ศรัทธาต่อสิ่งที่ว่า ทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่มีค่าเขาจริงๆ ไปเสียแล้ว...
เด็กชายคนนั้นกลับมาโรงเรียนอย่างเป็นปกติสุข แต่คนส่วนมากรู้เสียแล้วว่า
เขาคือฆาตกรเอ จากนิตยาสารที่ว่า

"งั้นหรือครับ งั้นผมขอเลิกเรียนครับ"
ไม่นานก็มีหญิงคนหนึ่งวิ่งมาด้วยท่าทางตื่นกลัวเต็มที่...
เหมือนกับเพิ่งเห็นอะไรที่น่ากลัวมาอย่างสุดชีวิต...!
"ที่... ที่หลังโรงเรียน อ๊า!"
"ใจเย็นๆ สิ เป็นอะไรไป"
"อ๋อ นั่นเหรอ ฝีมือผมเองแหละ"
"ก็ผมไม่มีชุดนักเรียนใส่นี่"
ที่หลังโรงเรียนมีศพของเด็กชายคนหนึ่ง
สภาพศพถูกแทงที่ท้องถูกทิ้งเอาไว้
เลือดไหลนองแห้งกรัง...
เด็กชายยิ้มละไมที่มุมปากอย่างพึงพอใจที่สุด...!?

สุดท้าย หญิง A ก็คือลูกนอกสมรส อยู่กับแม่ 2 คนแต่ปิดเอาไว้จนเพื่อนบ้านไม่รู้
ไม่เคยได้รับการศึกษา ต่อมาคนแม่ฆ่าตัวตาย คนลูกไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะ
ไม่เคยเรียนหนังสือและจะให้ใครรู้ไม่ได้ ปล่อยไว้นานศพก็เริ่มเน่า เลยเอาศพไปให้สุนัขกิน
และออกมาเดินข้างนอกจนถูกจับ มันก็เท่านั้น...

ตรงนี้เป็นแค่การ์ตูนนะครับ แต่ผมคิดว่าสามารถบรรยายถึงพวกที่มีอาการคลั่งไคล้อย่างรุนแรงได้ดีทีเดียว มันเหมือนกับลัทธิ คนที่มีอาการขั้นนี้จะไม่รู้สึกผิดใดๆ ทั้งนั้น เพราะเขาถือว่า เขาได้ทำตามความเชื่อของตนเอง

โอตาคุในขั้นที่ไม่หนักมากก็ไม่เท่าไร พวกนี้ที่จริงยังไม่ถือว่าเป็นโอตาคุ ขั้นต่อมาก็คือพวกที่เริ